<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดพระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://nma.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดสะแก พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/15822</link>
<guid isPermaLink="false">bb2176e94b2ea3f7d3f537be870e94a4</guid>
<pubDate>Fri, 24 Dec 2021 09:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="10 ที่เที่ยวสุดฮิตในจังหวัดนครราชสีมา-วัดบ้านไร่ - สถานที่ท่องเที่ยว  ท่องเที่ยวไทย" src="https://www.thaihrhub.com/wp-content/uploads/2016/12/10-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>วัดสะแก</b>&nbsp;สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2230 ไม่ปรากฎนามผู้สร้างที่ชัดเจน คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นพ่อค้า ประชาชนภายในระแวกนั้นร่วมกันสร้างขึ้น และได้รับการสถาปนาเป็นพระอาหลวง เมื่อวันที่ 1 ส.ค. พ.ศ. 2529 ปัจจุบันมีสถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/20211224fdac79319c7881068de6e461b73bff73093054.jpg' type='image/jpg' length='122965' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสุทธจินดา]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/15821</link>
<guid isPermaLink="false">c8eb4b8aaca8e10674824c61bf974359</guid>
<pubDate>Fri, 24 Dec 2021 09:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดสุทธจินดาวรวิหาร&nbsp;เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร&nbsp;สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย&nbsp;ขอพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ&nbsp;พ.ศ. 2470&nbsp;ตกมาและปักเขตเสร็จปี&nbsp;พ.ศ. 2471&nbsp;มีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตรยาว 80 เมตร ทำพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;12 สิงหาคม&nbsp;พ.ศ. 2474&nbsp;และได้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่&nbsp;23 มกราคม&nbsp;พ.ศ. 2478&nbsp;ในรัชกาลที่ 8&nbsp;แห่งกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ 24 ไร่ 3 งาน 9 ตารางวา ตั้งอยู่ ถนนราชดำเนิน ด้านทิศตะวันดก ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p>

<p><span style="font-size:28px;"><strong>ประวัติ</strong></span><br />
วัดสุทธจินดาแต่เดิมก่อนที่จะมาเป็นวัดสุทธจินดาในปัจจุบันมีวัดเก่าอยู่สองวัด คือวัดบรมจินดาอยู่ทางส่วนใต้ มีเขตแต่สระข้างพระอุโบสถไป วัดสมบูรณ์จิ๋วสีมาราม อยู่ทางส่วนเหนือ มีเขตแต่คลองผ่านกลางวัดไปท่ามกลางระหว่างสองวัดนี้ อันเป็นที่ตั้งศาลาการเปรียญอยู่เดียวนี้ เป็นสวนของหลวงเทพานุพัฒน์ (เปลี่ยน สุรคุปต์) ซึ่งเจ้าของยกให้</p>

<p>เมื่อพ.ศ. 2458 ทางราชการได้ย้ายศาลากลางว่าการมณฑลนครราชสีมาจากกลางเมือง ซึ่งตั่งอยู่ทางทิศเหนือของวัดพระนารายณ์มหาราช มาตั้งที่มุมกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น ได้รื้อกำแพงเมืองด้านด้านตะวันนั้นออก เพื่อให้มองเห็นศาลาว่าการและสนามภายในถนัดชัดแจ้ง และเป็นสาเหตุให้มองเห็นวัดบรมจินดาและวัดสมบูรณ์จิ๋วซึ่งเป็นวัดที่กำลังอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่รับกันกับศาลาว่าการที่สร้างขึ้น ทางราชการคิดที่จะพัฒนาวัดขึ้นใหม่ให้มีสภาพที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ดั่งนั้นบรรดาข้าราชการ ทหาร พลเรือน คหบดี และพ่อค้า มีพระยาเพ็ชรปาณี (ดั่น รักดประจิต) สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมา จึงร่วมปรึกษาและเห็นต้องกันว่า นครราชสีมาเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองเอกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรมีวัดที่สง่างามอยู่ใกล้ศาลาว่าการมณฑล โดยรวมวัดสมบูรณ์จิ๋วกับวัดบรมจินดาให้เป็นวัดเดียวกัน และสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นที่สถิตของพระมหาเถระผู้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะมณฑลในขณะนั้นต่อไป</p>

<p>เมื่อปรึกษาหารือเป็นที่ตกลงกันแล้วจึงมีใบบอกลงมายังกรุงเทพมหานคร กราบทูลพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ขอประทานพระอนุญาตรวมวัดสร้างใหม่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าประทานอนุญาต และได้ประทานนามวัดว่า วัดสุทธจินดา และโปรดฯ ให้ยกวัดนี้เป็นพระอารามหลวง เมื่อพ.ศ. 2478</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/20220110889ed575bc5b0f8629c8c1e06cf4bcb5095322.jpg' type='image/jpg' length='191129' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพายัพ]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/15312</link>
<guid isPermaLink="false">b86c392261d5a8f683c8f7920cd46ff8</guid>
<pubDate>Fri, 17 Dec 2021 13:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ประวัติ</h2>

<p>วัดพายัพก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2200 ไม่สามารถค้นหาประวัติว่าใครเป็นผู้สร้าง โดยเมื่อครั้ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A" title="สมเด็จพระนารายณ์มหาราช">สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</a>ทรงสร้างเมืองนครราชสีมาเสร็จแล้ว ได้ทรงสั่งบูรณะวัดที่อยู่ในกำแพงเมืองนครราชสีมา ทั้ง 6 วัด คือ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A" title="วัดพระนารายณ์มหาราช">วัดพระนารายณ์มหาราช</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="วัดบูรพ์ (ไม่มีหน้า)">วัดบูรพ์</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7_(%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2)&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="วัดสระแก้ว (อำเภอเมืองนครราชสีมา) (ไม่มีหน้า)">วัดสระแก้ว</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2)" title="วัดบึง (จังหวัดนครราชสีมา)">วัดบึง</a>&nbsp;วัดพายัพ และ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99" title="วัดอิสาน">วัดอิสาน</a>&nbsp;วัดพายัพได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2508 ได้รับพระราชทาน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2" title="วิสุงคามสีมา">วิสุงคามสีมา</a>ครั้งแรก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2240 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539</p>

<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 มีการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง</p>

<h2>อาคารเสนาสนะ</h2>

<p>อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96" title="อุโบสถ">อุโบสถ</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2" title="ศิลปะอยุธยา">ศิลปะอยุธยา</a>ตอนปลาย มีรูปทรงแอ่น โค้งคล้ายเรือสำเภา ใช้ธรรมจักรตกแต่งบริเวณซุ้มหน้าต่างรอบอุโบสถ ภายในประดิษฐานพระประธาน ปางปฐมเทศนาห้อยพระบาท ภายนอกมี<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" title="กำแพงแก้ว">กำแพงแก้ว</a>&nbsp;ก่ออิฐถือปูน เสากลม ทรงไทยแบบเสาตะลุงล่ามช้าง ยอดเสาลูกแก้วเม็ดทรงมัณฑ์</p>

<p>กุฏิวายุภักษ์ อาคารทรงไทย 2 ชั้น ชั้นบนเป็นสำนักงานเจ้าอาวาส ชั้นล่างเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยจำลอง ก่อด้วยอิฐถือปูน มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ เป็นนกนกวายุภักษ์ ซึ่งเป็นนกประจำทิศพายัพ หอพระธรรมจักร อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุกต์ รูประฆังยอดโดมติดวงล้อธรรมจักร และ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%86%E0%B8%B1%E0%B8%87" title="หอระฆัง">หอระฆัง</a>&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. 2521 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%9A%E0%B8%81" title="บุษบก">บุษบก</a>&nbsp;กว้าง 5 เมตร สูง 5 เมตร</p>

<p>วัดยังมีพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในท่าประทับยืน ประดิษฐานอยู่ในศาลาทรงไทย ก่อด้วยอิฐถือปูน โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-แผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2511 และสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 81</p>

<h2>รายนามเจ้าอาวาส</h2>

<ul>
	<li>พระครูปลัดหร่าย อินฺทโชโต พ.ศ. 2469&ndash;2507</li>
	<li>พระราชวิมลโมลี (ดำรง ทิฏฐธมฺโม) พ.ศ. 2520&ndash;2559</li>
	<li>พระมหาพงษ์เชฏฐ์ ธีรวํโส</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/2025033153181af1ddc29e11c0bf04329e0a7a8e162207.jpg' type='image/jpg' length='544203' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6221</link>
<guid isPermaLink="false">00916ffba800412e6840562d58d9baaa</guid>
<pubDate>Fri, 30 Apr 2021 16:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางใจเมือง ติดกลับศาลหลักเมือง เรียกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า &ldquo;วัดกลาง&rdquo; หรือ&rdquo;วัดกลางนคร วรวิหาร&rdquo; โดยถือเอาสถานที่ตั้งเป็นสำคัญ แล้วเรียกชื่อวัดอื่น ๆ ตามที่ตั้งอยู่ทิศต่าง ๆ ตามชื่อทิศ เช่น วัดบูรพ์ (บูรพา) วัดอิสาน วัดพายัพ และวัดบึง วัดสระแก้ว รวม 6 วัด ที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง โดยถือเอาวัดพระนารายณ์เป็นจุดศูนย์กลาง</p>

<p>วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร หรือ วัดกลางนคร จัดเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ ในสมัยก่อนมีพิธีอย่างหนึ่งคือ พิธีที่ข้าราชการทุกแผนก จะต้องสาบานตนว่าตนจะต้องรับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พิธีนี้เรียกว่า พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทางราชการได้ใช้วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เป็นสถานที่ในการประกอบพิธี รวมทั้งให้เป็นสถานที่ทำพิธีสวดเสกน้ำพระพุทธมนต์ถวายในงานพระราชพิธีเสวยราชสมบัติ</p>

<p>เคยเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารี ตรงมุมทิศพายัพของวัด ต่อมา พ.ศ. 2477 จึงได้ย้ายออกจากวัดไปประดิษฐานที่ประตูชุมพล จนทุกวันนี้</p>

<p>ในปัจจุบันวัดพระนารยณ์ ยังมีศิลปะวัตถุ พร้อมทั้งแบบสถาปัตยกรรมของสมัยกรุงศรีอยุธยา และปูชนียสถานภายในวัดประกอบด้วย พระอุโบสถที่ตั้งอยู่เกาะกลางสระบัวทิศตะวันออกของวัด พระวิหารหลวงและเทวรูปพระนารายณ์สี่กร จำหลักด้วยหินทรายฝีมือขอมโบราณ อันเป็นสัญลักษณ์แสดงพระนามผู้สร้างวัด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/20210430d6c537ad460e0af6fb77bb4f3613d745162655.jpg' type='image/jpg' length='150898' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6219</link>
<guid isPermaLink="false">f5a5f5f46e22ea2093134c26dea63ac2</guid>
<pubDate>Fri, 30 Apr 2021 16:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด วรวิหาร ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สังกัดธรรมยุติกนิกาย สร้างด้วยกุศลจิตของนางทิพย์ นิยมเหตุ เจตนาสร้างเพื่อถวาย แด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อว่า &quot;วัดวชิราลงกรณ&quot; โดยวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้แต่งตั้งให้ พระราชสุทธาจารย์ (โชติ คุณสมฺปนฺโน) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และได้จัดพิธีผูกพัทธสีมา ตามหนังสือกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เป็นผู้เสด็จแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสทรงประกอบพระราชพิธีตัดลูกนิมิตผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2524 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2508 และในปี พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงถวายผ้าพระกฐิน เป็นส่วนพระองค์</p>

<p><b>ลักษณะวัด</b>&nbsp;พัทธสีมา</p>

<p><b>ประเภทวัด</b>&nbsp;พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด วรวิหาร</p>

<p><b>อาคารเสนาสนะ</b>&nbsp;ประกอบด้วย พระอุโบสถ มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ศาลาการเปรียญ ศาลาแก้ว พระตำหนักด&nbsp;ศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิสงฆ์ หอระฆัง ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถาน และห้องสมุด</p>

<p><b>การบริหารและการปกครอง</b>&nbsp;มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ</p>

<p>1. พระเทพสุทธาจารย์ (โชติ คุณสมฺปนฺโน) (พ.ศ. 2506-2517)</p>

<p>2. พระมงคลวัฒนคุณ (เพิ่ม กิตุติวฑฺฒโน) (พ.ศ. 2517-2529)</p>

<p>3. พระครูเขมคุณโสภณ (จันทร์ เขมสิริ) (พ.ศ. 2529-2534)</p>

<p>4. พระราชวรญาณ (วิจิตร จิตฺตทนฺโต) รักษาการ (พ.ศ. 2534-2536)</p>

<p>5.&nbsp;พระครูสุทธิศีลสังวร (ประสิทธิ์ ฐานิสฺสโร) (พ.ศ. 2536-2538)</p>

<p>6. พระครูโสภณวชิรคุณ (สวาสดิ์ กมโล) (พ.ศ. 2539</p>

<p>7. พระวินัยโมลี (คำปอน สุทธิญาโณ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน</p>

<p><b>สิ่งที่น่าสนใจ</b></p>

<p>- สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 177</p>

<p>- โรงเรียนพระปริยัติธรรม</p>

<p>- สักการะความงามตามรอยธรรมขององค์พระประธาน</p>

<p>- รอยพระพุทธบาท การขึ้นไปสักการะ จะต้องเดินขึ้นบันได จำนวน 183 ขั้น</p>

<p>- ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/20210430d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e162418.jpg' type='image/jpg' length='79821' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบึง พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nma.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ประวัติ</h2>

<p>วัดบึง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2220 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็นวัดที่สร้างพร้อมๆ กับการสร้างเมืองนครราชสีมา โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดฯ ให้โดยพระยายมราช หรือ สังข์ เป็นผู้สร้างโดยมีช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ช่วยออกแบบผังเมือง เมื่อสร้างผังเมืองเสร็จ จึงโปรดฯ ให้ประชาชน และคฤหบดีและขุนนาง สร้างวัด 6 วัด คือ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A" title="วัดพระนารายณ์มหาราช">วัดพระนารายณ์มหาราช</a>(วัดกลาง) วัดบูรพ์&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99" title="วัดอิสาน">วัดอิสาน</a>&nbsp;วัดพายัพ วัดบึง และวัดสระแก้ว</p>

<p>วัดบึง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดที่เจ้านาย หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้นสร้างขึ้น เพราะมีหลักฐานทางโบราณคดี ทั้งทางด้านศิลปกรรและสถาปัตยกรรม คือ พระอุโบสถ พระพุทธรูปประธาน ใบเสมา และองค์ประกอบอื่นๆ และวัดบึงมีสมญานามว่า วัดบึงขุนนาง</p>

<h2>พระอุโบสถ</h2>

<p>พระอุโบสถ ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าว 12.15 เมตร ยาว 22 เมตร สูง 30 เมตร หลังคาลาด 4 ชั้น เครื่องบนเป็นไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ฐานมีลวดลายบัวโค้งเป็นฐานสำเภา เรียกตามภาษาช่างว่า โค้งปากตะเภา สองข้างผนังชั้นนอกมีคันทวยข้างละ 6 ตัว รวม 12 ตัว ทำเป็นรูปนาคแกะสลักไม้ประดับด้วยกระจกสี ประตูทางเข้าด้านหน้ามี 3 ประตู ด้านหลังมี 2 ประตู อกเลาประตูแกะสลักลวดลายไทย มีหน้าต่งด้านละ 5 ช่อง รวม 10 ช่อง</p>

<p>ส่วนด้านบนของพระอุโบสถ ด้านทิศตะวันออกหน้าบันไม้แกะสลักรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ อย่ตรงกลางรอบข้างเป็นลายก้านขด ทิศตะวันตกหน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทางครุฒวาหนะท่านกลางก้านลายขด มีช่อฟ้าใบระกาและหางหงส์ประดับด้วยกระจกสี</p>

<h2>พระประธานในพระอุโบสถ</h2>

<p>พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (หลวงพ่อโตอู่ทอง) ขนาดหน้าตัก กว้าง 6 ศอก ประทับนั่งขัดสมาธิราบพระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม ลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nma.onab.go.th/th/file/get/file/20210430d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e162132.jpg' type='image/jpg' length='10502' />
</item>
</channel>
</rss>
